ปีที่ไม่มีวันลืม วัน แชมเปียนชิพ ย้อนความหลังปี 2020 พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ปีที่ไม่มีวันลืม

ปีที่ไม่มีวันลืม คงไม่มีใครบนโลกคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่า ภาพรวมของปี 2020 จะออกมาในรูปแบบนั้น การระบาดของโรคโควิด-19 คล้ายกับหมัดฮุกขวาของ ธานฮ์ เล ที่พวกเรานึกไม่ถึง

ปีที่ไม่มีวันลืม เมื่อวันปลายปี 2020 ก่อนหน้านี้ วัน แชมเปียนชิพ ได้ปลดปล่อยคลิปสั้นๆผ่านแชนแนลยูทูบอย่างเป็นทางการของหน่วยงาน เพื่อรำลึกแล้วก็ย้ำเตือนถึงขวบปีอันน่าอัศจรรย์ที่ไม่เคยมีขึ้นมาก่อน พร้อมขอบคุณมากทุกคนที่จำต้องใช้ความทรหดอดทนกันอย่างยิ่ง ไล่ตั้งแต่เหล่าคณะทำงาน, ผู้สนับสนุนทางธุรกิจ, นักกีฬา, แฟนคลับรวมถึงสื่อมวลชนทุกคนที่ช่วยเหลือกันต่อสู้หนึ่งในบททดลองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

ปีที่ไม่มีวันลืม

หน่วยงานศิลป์การต่อสู้ที่นี้ เกื้อหนุนการเอาชนะความทุกข์ยากตลอดมา พร้อมแบ่งปันเรื่องราวชีวิตที่สุดแสนลำบากของบรรดานักกีฬาที่ต่างใช้ความพยายามเข้าสู้กระทั่งประสบความสำเร็จบนทางอาชีพ และก็ยินดีที่จะเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวของตนตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา มวยไทย7สี

เมื่อโรคโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก ประเทศต่างๆที่ได้รับผลพวงพากันล็อกดาวน์รวมทั้งใช้มาตรการกักบริเวณกันถ้วนหน้า ด้วยกฎเว้นระยะห่างทางสังคมรวมทั้งความปลอดภัยด้านการแพทย์ จำเป็นต้องระมัดระวังหัวข้อการเดินทางเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นอีกทั้งทางอากาศ, ทางบก และก็ตามแนวชายแดน ทำให้ธุรกิจมากมายจำต้องปิดตัวลง, โรงเรียนจะต้องหยุดการเรียนการสอน, ผู้คนจำเป็นต้องอยู่แต่ว่าในบ้านของตน ทำให้เศรษฐกิจต่างๆได้รับความเดือดร้อนไปอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ การแข่งขันกีฬา ในฐานะหน่วยงานกีฬาที่ใหญ่สุดในทวีปเอเชีย ทำให้ วัน แชมเปียนชิพ ต้องหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างประดิษฐ์ ซึ่งในคลิปวิดีโอดังที่กล่าวถึงแล้ว วัน ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวทางดำเนินงานชิงชัยแบบไม่มีผู้ชมในสนาม เริ่มด้วยศึก ONE: KING OF THE JUNGLE ในกุมภาพันธ์

ทางหน่วยงานยังคงทำงานร่วมกับรัฐบาลของประเทศต่างๆในเอเชียอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถจัดแจงแข่งในประเทศไทยรวมทั้งจีนได้ตั้งแต่ตอนสิงหาคม ก่อนที่จะกลับมาจัดแจงชิงชัยเป็นหลักในประเทศสิงคโปร์ ประเทศที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของหน่วยงาน

ด้วยความให้การช่วยเหลือจากรัฐบาลสิงคโปร์และก็คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ทำให้ วัน สามารถนำร่องการถ่ายทอดสดการแข่งขันชิงชัยกีฬาระดับสากลที่จัดขึ้นภายในประเทศได้อีกรอบ โดยให้แฟนคลับเข้าชมในสนามแบบปริมาณจำกัดได้เสร็จ

สำหรับปี 2020 เป็นปีที่ไม่สามารถจะเล่าออกมาเป็นคำกล่าวได้อย่างแท้จริง ซึ่งในปี 2021 นี้ก็น่าจะเต็มไปด้วยความท้าใหม่ๆทาง วัน แชมเปียนชิพ ยังแน่ใจว่าหน่วยงานจะเดินหน้ามอบสิ่งที่ยอดเยี่ยมให้กับแฟนคลับได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการแข่งขันศิลป์การต่อสู้มาตรฐานสุดยอดถัดไปเช่นเคย

หลังจาก ธานฮ์ ปิดเกมไวคู่แข่งได้ถึง 3 ไฟต์ติดต่อกันนับจากปิ้งเท้าเข้ามาเป็นนักกีฬา วัน แชมเปียนชิพ เขาก็กระทั่งถึงกระทั่งถึงเป็นมั่นเหมาะว่าไฟต์สำคัญกับการชิงแชมป์โลก ONE รุ่นเฟคุณร์เวต จะไม่ต้องพึ่งคะแนนตัดสินจากกรรมการ!

“มันจะเป็นศึกที่ห้ำหั่นกันอย่างดุดัน แฟนคลับจะได้มองเห็นการน็อกเอาต์แน่ๆ บางครั้งอาจจะเป็น 10 วินาทีข้างหลังระฆังดัง หรือ 5, 10, 15 นาที แต่ยังไงงานนี้ควรมีคนหลับแน่”

ปีที่ไม่มีวันลืม

“การจะปิดเกมได้เมื่อไรนั้น ก็ขึ้นกับว่า มาร์ติน จะมาไม้ไหน ถ้าเกิดเขาตกลงใจจะเข้ามาในระยะของผมเพื่อทดลองพลัง มันก็บางทีอาจจะเป็นการต่อสู้แบบม้วนเดียวจบ”

ธานฮ์ เล ไม่ได้โม้ เมื่อพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมาสำหรับการแข่งระดับอาชีพ 13 ไฟต์ เขากำชัยแบบไม่ครบชู 11 ไฟต์ โดย 10 ครั้งเป็นการปิดเกมไวคู่แข่งขันในแบบน็อกเอาต์ ฟอร์มอันดุเดือดของ ธานฮ์ ปรากฏสู่สายตาแฟนคลับวัน แชมเปียนชิพ นับจากเดือนพฤษภาคม 2562 เริ่มจากการน็อกแชมป์ TFC ชาวรัสเซีย “Maestro” ยูซูป ซามองลาเอฟ ผู้มีร่างกายแข็งเช่นหินผา ถัดมาก็ปิดจ็อบอดีตแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวต “Noface” โกเทตสึ โบกุ แล้วก็แชมป์ยกโต แปซิฟิก ขอบ รุ่นเฟคุณร์เวต “Kaitai” ริวโก ทากาฮาชิ ตั้งแต่ยกแรก

ชัยพวกนั้นทำให้ ธานฮ์ ได้รับโอกาสท้าอำนาจของเจ้าบัลลังก์ และก็ถึงแม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะบีบให้นักกีฬาหลายท่านจำต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต แม้กระนั้น ธานฮ์ ยังทำฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อคอยวันนี้ที่มาถึง

“ในความเป็นจริงแล้วพวกเรามิได้เว้นว่างการฝึกฝนสักมากแค่ไหน ผมแล้วก็เพื่อนพ้องๆยังช่วยเหลือเจือจานกันสำหรับเพื่อการฝึกฝนอยู่เรื่อยที่ยิมเล็กๆซึ่งเราชอบฝึกซ้อมกันที่โน่น รวมทั้งผมก็ปรับปรุงความสามารถต่างๆอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างผมในเวอร์ชันที่ดีที่สุดให้ได้”

สำหรับ มาร์ติน เขาเป็นที่เอ่ยถึงถึงในเรื่องของการน็อกเอาต์สุดอันตราย ตั้งแต่แมื่อเขาสยบนักสู้ระดับตำนาน “Cobra” มารัต กาฟูคอยฟ และก็คว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE รุ่นเฟเธอร์เวตไปครอบครอง ในส.ค. 2560

ต่อจากนั้นก็ล้มแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวต ชาวประเทศฟิลิปปินส์ “Landslide” เอดูอาร์ด โฟลายัง ในอีกสามเดือนถัดมา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแชมป์โลก ONE สองรุ่นน้ำหนักคนแรกของ วัน แชมเปียนชิพ ในกีฬาการต่อสู้แบบผสม

ด้านสถิติสุดอันตรายของ มาร์ติน สำหรับการชิงชัยระดับอาชีพ 16 ไฟต์ เขากำชัย 13 ครั้ง โดย 92% เป็นอัตราการปิดเกมแบบไม่ครบยก ซึ่ง 9 ไฟต์มีต้นเหตุมาจากการน็อกเอาคู่แข่ง สองไฟต์ปัจจุบัน มาร์ติน กำราบอดีตกาลแชมป์โลก ONE รุ่นเฟคุณร์เวต “Tungaa” ทุ่งนารันตุงกาลัก จาดัมบา และก็ผู้ท้าแข่งชั้นสองของแรงกิง “Moushigo” โคโยมิ มัตสึชิมา

“มาร์ติน มีหมัดขวาสั่งตาย หากเขาต่อยโดนคนใดกันแน่ คนนั้นก็เตรียมพร้อมได้เลย เขามีประสบการณ์สูงแล้วก็ครองแชมป์มายาวนาน ซึ่งเขาเหมาะสมที่จะเป็นแบบนั้น”

“ผมมีความคิดว่า มาร์ติน เป็นคนฉลาด รวมทั้งเขาได้เป็นแชมป์เนื่องจากว่าความสามารถ เกมนี้เขาคงจะบุกเข้ามาดูเชิงก่อน ภายหลังทราบเขาทราบพวกเราแล้ว มั่นใจว่าต่างข้างต่างจะแลกเปลี่ยนอาวุธกันจนถึงจะต้องมีคนใดหล่นไปสักคน”

“ผมไม่เคยมีความคิดว่าจะขึ้นเขาสังเวียนแล้วแพ้ด้วยการวินิจฉัย มันจะไม่เกิดขึ้นแน่ๆ ผมจะสู้จนถึงหมดหน้าตัก ลุยแหลก รวมทั้งทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อได้มาซึ่งชัย”

“เหตุผลเดียวที่ผมเล่นกีฬานี้ ก็เพื่อพิสูจน์ตนเองว่าผมเป็นเยี่ยมในนักสู้ที่เก่งที่สุดในโลก รวมทั้งผมสมควรที่จะอยู่ตรงนี้ ชื่อของผมเหมาะสมจะปรากฏอยู่ในฐานะแชมป์โลก”

“ผมมิได้พากเพียรหาทางง่ายๆเพื่อได้สายรัดเอวมา แม้กระนั้นผมอุตสาหะที่จะประจันหน้ากับผู้ที่เก่งที่สุดในโลก แล้วก็ มาร์ติน ก็คือคนคนนั้น!”